Wednesday, June 20, 2012

แรงบันดาลใจจาก "ต๊อบ Story"

แรงบันดาลใจจาก "ต๊อบ Story"



            ในค่ำคืนที่ฟ้านั้นไม่มีดาวอยู่ตรงนี้ ฉันยังเดินก้าวไป ยังคงมีรักแท้เป็นแสงนำไปในคืนที่หลงทาง และที่ซึ่งความฝันนั้นขอเป็นเพื่อนตาย เส้นทางนี้ ฉันยังมีจุดหมาย ตราบใดที่ปลายท้องฟ้า มีแสงรำไรจะไปจนถึง...แสงสุดท้าย


          พอดีวันนี้เพิ่งได้มาดูหนังเรื่อง วัยรุ่นพันล้าน (Top Secret)” ก็เลยเขียน Blog ชื่นชม คุณต๊อบ เจ้าของเถ้าแก่น้อยซะหน่อย จริงๆได้มีโอกาสอ่านหนังสือก็ได้มาดูหนัง ก็มีความแตกต่างกันเล็กน้อย แต่หลักๆที่จะมาแชร์วันนี้เป็นเรื่องจากที่อ่านในหนังสือ ซึ่งมาจากชีวิตจริงของคุณต๊อบเอง โดยจะมาเสนอทั้งหมด 3 ประเด็นด้วยกัน


            ประเด็นแรก เรื่องของ ความกล้า บ้าบิ่น ผมชื่นชมในจุดนี้ของคุณต๊อบมากๆ คือเอากันตรงๆว่าถ้าให้วัยรุ่นทั้งหมด (หรือแม้แต่ผู้ใหญ่เอง) มาเจอสถานการณ์เดียวกัน คงไม่กล้าทำถึงขนาดนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่บ้านติดหนี้มหาศาล ความตื้อตอนขอเครื่องเกาลัด หรือแม้กระทั่งการเสี่ยงลุยทำโรงงาน ทั้งๆที่ไม่มีประสบการณ์อะไรเลย เป็นจุดหลักเลยที่ผมคิดว่าทำให้เค้าประสบความสำเร็จ มีคำพูดนึงในหนังที่ ลุงเทืองตอบต๊อบว่า แบบนี้ดีแล้วหละ ถ้าน้องต๊อบคิดมากกว่านี้ คงมาไม่ถึงจุดนี้หรอก ซึ่งจริงมากๆเลย บางครั้งผมว่าคนเราก็ไม่รู้หรอกว่าเราทำอะไรลงไป แต่ก็คิดว่า เอาว่ะ ลุยก่อนแล้วค่อยว่ากันซึ่งมันเป็นการออกไปจาก Comfort zone หรือจุดที่เราอยู่แล้วสบายใจ การอยู่ในจุดนี้นานๆจะทำให้เราไม่กล้าไปไหน ติดอยู่กับความกลัวในการก้าวออกไปให้เกินขีดจำกัดของตัวเอง อย่างที่โค้ชนักปลุกพลังระดับโลก Anthony Robbins เคยพูดไว้ว่า ให้เราลงมือทำทั้งๆที่กลัวแล้วสุดท้ายเราจะก้าวออกจากขีดจำกัดของตัวเองไปสู่พื้นที่แห่งโอกาสใหม่ๆ ซึ่งนั่นคือตลอดการเดินทางของแบรนด์เถ้าแก่น้อย ผมว่า ใครก็ตามที่จะประสบความสำเร็จ ก็ต้องมีหัวใจที่ยิ่งใหญ่ และกล้าหาญพอที่จะรับมือกับความยิ่งใหญ่ของความสำเร็จนั้นผมก็จะลองสู้เหมือนกัน จะลองทำ ทั้งๆที่กล้วครับ


            ประเด็นที่สอง เรื่องของ ครอบครัว ในหนังเรื่องวัยรุ่นพันล้านนั้น กรองประเด็นนี้ออกไปเยอะ พอสมควร แต่ในชีวิตจริงของคุณต๊อบจาก Pocket Book คือในชีวิตจริงครอบครัวของต๊อบได้เป็นกำลังใจ และให้ความช่วยเหลือต๊อบมากๆ โดยมีคุณแม่ ที่ใจดี คอยให้กำลังใจ คอยช่วยเหลือ ส่วนพ่อแม้ว่าจะดุหน่อย แต่จริงๆพ่อก็ให้คำแนะนำหลายๆอย่าง ซึ่งช่วยผลักดันเขาขึ้นมา เชื่อว่าพ่อแม่ทุกคนก็คงเหมือนกัน แม้ว่าจะดุ จะว่าอะไรยังไง แต่สุดท้ายก็มีแต่ความห่วงใย และเมื่อถึงคราวจำเป็นจริงๆ แม้ว่าจะไม่เห็นด้วย พวกเขาก็พร้อมจะยื่นมือมาช่วยเหลือสุดกำลัง นอกจากนี้ครอบครัวของคุณต๊อบ ก็ยังมีลุงเทืองอีกคน ที่ร่วมฝ่าฝันกันมา จนเป็นสิ่งที่คุณต๊อบนำมาเขียนไว้ในหนังสือว่า ตามหาลุงเทืองให้เจอคนที่ประสบความสำเร็จยิ่งใหญ่ทุกคนล้วนแล้วแต่มี กัลยาณมิตรที่ดี ทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญนอกเหนือจากการใช้ชีวิตตามล่าหาความฝันแล้ว ยังต้องคอยเก็บเกี่ยวกัลยาณมิตรด้วย ถ้ามีกัลยาณมิตรที่ดี ช่วยทำให้เส้นทางของเราเดินไปสู่เป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว มีความสุข และไปสู่ทางที่ดีงามด้วย


          ประเด็นสุดท้าย คือเรื่อง อิทธิบาท4 พอดีว่าพอหนังจบได้มานั่งดู Commentary ของทีมผู้กำกับ และผู้เขียนบทอีกรอบ เขาได้พูดถึงประเด็นนี้ เลยเอามาตีแผ่กันหน่อย อาจจะฟังดูเป็นพระพุทธศาสนา แต่จริงๆแล้ว พระพุทธเจ้า พระองค์ทรงตรัสรู้ และนำธรรมะข้อนี้มาสอน ซึ่งธรรมะข้อนี้เป็นหัวใจแห่งการประสบความสำเร็จในการทำงาน และการดำรงชีวิตเลยก็ว่าได้ ประกอบด้วย4ประการ


            1.ฉันทะ-ความพอใจ มีความต้องการที่จะทำอะไรสักอย่างนึง ทำสิ่งนั้นด้วยความรัก หรือเป็น passion ของเราที่มีต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
            2.วิริยะ-ความเพียร เมื่อเราตัดสินใจทำอะไรแล้ว ก็จะทำด้วยความตั้งใจ พยายาม ไม่ลดละ มุ่งมั่นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะเจออุปสรรคจะฝ่าฟัน
            3.จิตตะ-ความคิด ความใส่ใจ ตั้งจิตมุ่งมั่น จิตตะจะมาหลังจากวิริยะ เปรียบเสมือนรั้วที่ล้อมกรอบความตั้งใจของเราไม่ให้ออกไปในทิศทางอื่น แต่ต้องเป็นความคิดที่ดีงาม คือคำนึงถึงผลแห่งการกระทำว่าผลลัพธ์ที่ตามมาจะส่งผลเสียต่อใครหรือไม่
            4.วิมังสา-ความไตร่ตรอง หรือการทดลอง พิจารณาหาผลลัพธ์ ตรวจสอบประเมินผลในสิ่งที่ทำอยู่เสมอ มีความคิดรอบคอบ ไตร่ตรองอย่างรอบคอบด้วยปัญญาอยู่เสมอ ที่สำคัญคือหมั่นแก้ไขปรับปรุงอยู่เสมอ
ทั้งหมดนี้คือธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งถ้าหากมองลึกๆลงไปนั้นเป็นหัวใจ และเป็นปรัชญาของผู้ประสบความทั้งหลายทีเดียว เป็นสิ่งสากล ที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ก็ยังคงใช้ได้อยู่เสมอ


            สุดท้ายขอชื่นชมและขอบคุณ คุณต๊อบ เถ้าแก่น้อย และเรื่องราวของคุณที่จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจของคนรุ่นใหม่ ให้พยายามสู้เพื่อความฝันของตัวเอง และผมเองก็เช่นกัน ขอบคุณมากครับ J

1 comment:

  1. มีหนังสือในมืออยู่นานและ
    แต่เพิ่งได้เปิดอ่านก็วันนี้เอง
    พี่ ต๊อบ มหัศจรรย์ !! มาก
    หนูดีใจนะค่ะที่มีตัวอย่างดีๆอย่างพี่ :)

    ReplyDelete